SMiLE's profileSmile Makes You SmilePhotosBlogListsMore Tools Help

SMiLE BBG

Occupation
Location
Interests

Smile Makes You Smile

คุณมาเราดีใจ...คุณจากไปก็...เรื่องของคุณ...!? แฮ่ๆๆ ล้อเล่นนะค้า ขอบคุณที่เข้ามาดูค่า ^^
ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว...รบกวนช่วยคลิกเข้าไปเยี่ยมชมกันอีกซักที่สองที่นะค้า...
นี่เลย --> http://city-ofsmile.myminicity.com (เมืองเล็กๆ ของเราเอง)
และอันนี้ --> http://kumonbenz.myminicity.com (เมืองเล็กๆ ของใครมะรุ คริคริ)
 
ps. คลิกได้ทุกวันนะค๊า
Please wait...
Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
You didn't enter anything. Please try again.
Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
Your parent has turned off comments.
Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
Complete the security check below to finish leaving your comment.
The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.
NOOPLOY Siamwrote:
HBD งับ
May 27
ชอบจังเลย สอนภาษาอังกฤษด้วย เอามาสอนเยอะๆ นะ เพลินดีจ้า (",)
Mar. 5
พอดีผ่านเข้ามาจ้า  เลยแวะมาcommentให้จ้า  คงไม่ว่ากันนะจ๊ะ  อัพโหลดบ่อยๆนะคะ  ว่างๆขอเข้ามาเยื่ยม...คงไม่ว่าใช่ไหมคะ  เข้าไปเยื่ยม spaceเราเราได้นะจ๊ะ
Jan. 17
^^" สวัสดียิ้มคนสวย ^^"555 (copy from the comment below)
Jan. 15
BonNi K-OZ3wrote:
สวัสดียิ้มคนสวย ดีใจม่ะที่เค้ามาเยี่ยมชม อิอิอิ
Dec. 27
March 05

ภาษาอังกฤษวันละข้อ ตอนที่ 5

English Grammar ตอนที่ 5
ไม่พูดพล่ามทำเพลง เพราะง่วงแล้น 555
ถามเลยละกัน...ว่า
 
__________  I been richer, I would have bought a Rolls Royce.
a. If
b. Unless
c. Had
d. Suppose
 
ข้อนี้ถ้าดูจากความหมาย ก็น่าจะประมาณว่า
ถ้าฉันรวยกว่านี้ ฉันก็คงจะซื้อรถโรสลอยซ์ไปแล้ว
ภาษาไทยก็งั้นๆ ใช่มะ แต่ภาษาอังกฤษนี่ช่าง...เฮ้อ
ตามที่เราแปล มันน่าจะเติมคำว่า "ถ้า" ลงไป นั่นคือข้อ a
แต่...ช้าก่อน...
หากเราเติม If เข้าไปเป็น If I been richer...
ประโยคนี้ (ซึ่งเป็นประโยครอง) จะขาด verb ทันที
(ถึงแม้เราซึ่งเป็นคนไทยจะสามารถอ่านเข้าใจได้ก็ตาม เหอะๆ)
เพราะ been ในที่นี้ไม่ได้ทำหน้าที่เป็น verb แท้ของประโยค
ดังนั้นเราจึงไม่สามารถใช้คำว่า If ได้
ด้วยเหตุผลเดียวกัน...ทำให้ข้อ b และ d ก็ผิดเช่นกัน
เวลาเราใช้ verb ช่อง 3 เรามักจะใช้ในรูปของ perfect
หรือไม่ก็ในรูปของ passive voice (v.to be+v.3)
แต่ในที่นี้เป็น past perfect นะ (ดูออกป่ะ)
รูปของ perfect ก็คือ v.to have + v.3
ถ้าเป็น past perfect ก็ใช้ had + v.3
ในที่นี้ประโยครองมีคำว่า been แต่ยังไม่มี v.to have เลย
ดังนั้นเราจึงควรเลือกตอบข้อ c คือ Had จะถูกต้องที่สุด
ซึ่งมันเป็นรูปแบบการใช้แบบนี้อะ
เป็นประโยคเงื่อนไขแบบที่ 3...
แล้วประโยคเงื่อนไขแบบที่ 1,2 มันเป็นไงล่ะ
ยังจำกันได้บ่...?
 
ถ้าจำไม่ได้...อ่านต่อวันหลังละกันนะ
แหะๆ ง่วงแระ
ขอตัวไปนอนก่อน เด๋วมาอัพใหม่
หุ หุ หุ
March 02

ภาษาอังกฤษวันละข้อ ตอนที่ 4

English Grammar ตอนที่ 4
กลับมาอีกครั้ง หลังจากหายไปนาน
ก็ไม่ได้ไปไหน แต่ว่าเอาเวลาไปทำการบ้าน โปรเจค รายงาน และสอบ
ซึ่งจนถึงบัดนี้ก็ยังสอบไม่เสร็จ และเหลือรายงานอีก 2 ตัว
แต่ไว้ก่อน เดี๋ยวค่อยทำต่อ อิอิ
มาต่อกันที่ข้อที่ 4 กันเลยดีกว่า
วันนี้ถามว่า...
 
There is hardly __________ difference between them.
a. very little
b. any
c. not much
d. some
ข้อนี้ตอบ...ข้อ b. จ้า
keyword ก็คือคำว่า hardly ที่แปลว่า แทบจะไม่ หรือน้อยมาก (ความถี่อะนะ)
ซึ่งมีความหมายในเชิงปฏิเสธอยู่แล้ว
ดังนั้นจึงไม่สามารถใช้กับคำว่า very little หรือ not much ได้
เพราะว่าสองคำนี้ก็มีความหมายเชิงปฏิเสธเหมือนกัน
ส่วนคำว่า some แม้จะมีความหมายเหมือน any
แต่ some ไม่นิยมใช้กับประโยคเชิงปฏิเสธและเชิงคำถาม
ก็เลยเหลือคำว่า any คำเดียว...เท่านั้นแหละ
 
อีกนิดนึงที่เอามาฝาก
คำว่า little กับ a little อะ
เคยสงสัยมั้ยว่ามันต่างกันตรงไหน หรือไม่ต่างกัน
จำได้ว่าอาจารย์ที่โรงเรียนเคยสอนว่า
สองคำนี้แปลว่าน้อยมากๆ เหมือนกัน
แต่ little จะน้อยกว่า a little
เพราะอย่างน้อยก็ยังมี a คือน้อยมากแต่ก็ยังพอมีอยู่
แต่ little นี่จะน้อยมากๆ จนแทบจะไม่มีเลย
 
อีกคู่ก็คือ few กับ a few
อันนี้ก็ทำนองเดียวกัน a few มีมากกว่า few
 
ส่วน (a) few กับ (a) little ต่างกันตรงที่...
few ใช้กับนามนับได้พหูพจน์ (plural countable noun) เช่น a few friends
little ใช้กับนามนับไม่ได้ (uncountable noun) ซึ่งนามนับไม่ได้เป็นเอกพจน์ (singular) เสมอนะ
 
หรือบางทีก็อาจใช้แทนคำนามนั้นไปได้เลย เช่น
"I only smoke a few a day."
แปลว่า ฉันสูบแค่วันละนิดหน่อยเท่านั้นเอง
(แต่นิดเท่าไหร่ก็ไม่ดีนะ ไม่สูบเลยจะดีที่สุด)
หรือ
Many tired but very few succeeded.
แปลว่า หลายคนทำงานหนักแต่น้อยคนที่ประสบความสำเร็จ
อะไรอย่างนี้เป็นต้น
February 04

ภาษาอังกฤษวันละข้อ ตอนที่ 3

English Grammar ตอนที่ 3

สวัสดี...ท่านผู้ชม...วันนี้...ภาษาไทยวันละคำ...ขอเสนอคำว่า...
ม่ายช่ายยยยยยยยยยยย...ภาษาอังกฤษตะหากเล่า...
Fancy __________ it after all these years!
a. remember
b. remembering
c. remembrance
d. to remember
ข้อนี้ถ้าแปลไม่ออกก็ไม่จำเป็นต้องแปล
สิ่งที่ต้องรู้อย่างเดียวเลยก็คือ...
กริยาที่เราใช้ต่อหลังคำว่า fancy ต้องอยู่ในรูปของ gerund นะ
แล้ว gerund คืออะไร?
gerund แปลว่า อาการนามในภาษาไทย
หมายถึงคำนามที่มาจากคำกริยา
เช่น เดิน(walk) เป็น การเดิน(walking) เป็นต้น
สำหรับภาษาไทยเติมคำว่า "การ" นำหน้าคำกริยา
ส่วนภาษาอังกฤษก็เติม "ing" ต่อท้ายคำกริยานั้น
เพราะฉะนั้นข้อนี้ก็เลยตอบข้อ b โดยไม่ต้องลังเล
 
นอกเหนือไปจากคำว่า fancy แล้ว
ก็ยังมีคำในภาษาอังกฤษที่ตามด้วย gerund อีกหลายคำ
บังเอิญไปเจอในเวบนึง เลยเอามาฝากจ้า
 
ชีวิตอยู่ก็ต้องคอย enjoy ไลฟ์
ไม่ต้อง mind, consider นะเธอจ๋า
จง finish อย่า risk เสี่ยงเลี่ยงเวลา
no use น่า no good ด้วยช่วยกันจำ
อย่า avoid คอย postpone จะโดนเทศน์
appreciate อย่า deny ไม่นำขำ
be busy มีเสมอเธอจงจำ
keep ถ้อยคำ excuse me ดีจริงจริง
จง pracitse อย่า spend เล่นเลยเถิด
จะ be worth ดัง suggest วิเศษยิ่ง
look forward to เออเสมอจริง
be used to บอก ing จริงทุกที
prefer to, object to คู่ look like
devote to อยู่ได้ dislike หนี
เมื่อ can't help, imagine ก็ยินดี
feel like ทีอีก take to อยู่ด้วยกัน
 
ไม่ได้มีแค่นี้นะ มีคำอื่นๆ ที่ตามด้วย gerund อีก นี่แค่ส่วนหนึ่งอะ
ยิ้มแฉ่ง
นอกจากนี้ ก็มีสำนวนที่ใช้คำว่า fancy มาฝากด้วยล่ะ
(อ้อ โดยทั่วไป fancy แปลว่า นึก จินตนาการ ชอบ อะไรทำนองนี้)
ถ้าไปเจอว่า...I don't fancy his chances of getting his novel published.
จะแปลได้ว่า...ชั้นไม่คิดว่านิยายของเขาจะได้ตีพิมพ์...เพราะ...
fancy somebody's chances แปลว่า คิดว่าใครบางคนนั้นจะประสบความสำเร็จ
 
อีกสำนวนนึง...Laura's taken a fancy to Japanese food.
แปลว่าลอร่าเริ่มจะชอบอาหารญี่ปุ่นม๊ากมากกก...
take a fancy to someone/something แปลว่า
เริ่มชอบใครบางคนหรืออะไรบางอย่างมาก (very much)
 
มีอีกๆ...He was talking about cycling across the US
or was that just another flight of fancy?
แปลว่า...เขากำลังคิดถึงการขี่จักรยานไปรอบ US จริงๆหรือว่า
นั่นเป็นแค่จินตนาการอันแสนบรรเจิดแต่ทำไม่ได้จริงกันเนี่ย...
flight of fancy แปลว่า...
ไอเดียที่เต็มไปด้วยจินตนาการแต่ไม่ practical จ้ะ
 
สำนวนสุดท้ายที่เอามาฝากวันนี้นะ...
I looked in a lot of clothes shops but nothing really tickled my fancy.
แปลประมาณว่า...ชั้นดูเสื้อตั้งหลายร้านแต่ไม่เห็นมีอันไหนถูกใจเลย...
ถ้าอะไรบางอย่าง take/tickle my fancy แปลว่า
เราอยากได้หรืออยากทำอะไรบางอย่างนั้น
 
สุดท้ายจริงๆ ละ
เราใช้ Fancy! หรือ Fancy that! เป็นคำอุทานได้นะจ๊ะ
สำหรับเวลาแสดงความประหลาดใจน่ะ
 
February 03

ภาษาอังกฤษวันละข้อ ตอนที่ 2

English Grammar ตอนที่ 2

กลับมาพบกันอีกครั้งกับภาษาอังกฤษวันละข้อ ตอนที่ 2
(แต่รู้สึกจะหายไปหลายวัน 555)
ตอนนี้ปวดเมื่อยไปทั้งตัว เพราะเมื่อวานเล่นวอลเล่ย์ไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมงติดกัน
โดยไม่มีการเดินออกไปพักหรือกินน้ำแม้แต่หยดเดียว
จะเป็นลมตายคาสนาม...เฮ่อ...ก็นะ..แก่แระ
เข้าเรื่องดีกว่า...วันนี้เอาข้อนี้มาฝากกันจ้า
 
It's time you __________ asleep.
a. be
b. were
c. go
d. are
 
คิดยังๆ
คิดแล้วก็เฉลยละนะ
ข้อนี้ต้องตอบข้อ...b...จ้า
ลักษณะประโยคแบบนี้ เป็นโครงสร้างที่ใช้เวลาจะกล่าวถึงสิ่งที่มันตรงข้ามกับความจริงอะ
อย่างเช่นในที่นี้...ถ้าแปลก็จะได้ประมาณว่า...
...นี่มันเป็นเวลาที่คุณควรจะนอนแล้วนะ
(ปกติเป็นอย่างนั้น แต่ตอนนี้คุณยังไม่นอน)...
ซึ่งลักษณะการใช้ verb ก็จะใช้ในรูปของ past tense
ถึงแม้จะพูดในปัจจุบันก็ตาม
เพราะว่ามันไม่เป็นความจริงนั่นเอง
(คล้ายๆ กับ if clause แบบที่ 2 เช่น if I were you...--> ซึ่งเป็นไปไม่ได้)
เพราะฉะนั้น ก็เลยต้องตอบข้อ b นั่นเอง
(asleep เป็น adjective นะคะ ส่วน sleep เป็น verb จ้ะ)
January 28

ภาษาอังกฤษวันละข้อ ตอนที่ 1

English Grammar ตอนที่ 0
อารัมบทกันนิดนึง...
หลังจากที่เราได้ซื้อหนังสือแบบทดสอบภาษาอังกฤษมาตั้งแต่หลายเดือนก่อน
กะว่าจะมานั่งทำเล่นช่วงที่ว่าง (ขยันมั้ย)
แต่...จนแล้วจนรอด...ก็ไม่เคยได้หยิบขึ้นมาทำซักที
ซึ่งก็ทำให้เรารู้สึกเสียดายเป็นอันมาก ครั้นจะหยิบขึ้นมาทำก็...ขี้เกียจ
เลยเอามาอัพขึ้นสเปซซะเลย
จะได้เป็นการเผื่อแผ่ให้เพื่อนพ้องน้องพี่ที่มีน้ำใจงามแวะเข้ามาชมสเปซเราด้วย
(ว่าแต่...จะผิดกฎหมายลิขสิทธิ์มั้ยเนี่ย 555 จุ๊ๆ ละกันน๊า)
อ้อ บอกไว้ก่อน ว่าเราไม่ได้มั่วเองนะ
ก็เอาคำตอบและคำอธิบายมาจากในหนังสือนั่นแหละ
แล้วก็ขยายความตามความเข้าใจเราเองอะ
แต่ถ้าผิดพลาดประการใด ก็เม้นท์กันได้นะ
เริ่มเลยละน๊า...^^


English Grammar ตอนที่ 1


You ought __________ of that before you went away.

a. to have thought

b. to think

c. have thought

d. think

ตอบอะไรกันค๊า...ข้อนี้เฉลยก็คือ...ข้อ a จ้า (ถูกกันป่าว)
วิธีคิดน๊า...อันดับแรก คำว่า ought ต้องตามด้วย to เสมอ (อันนี้ต้องจำ)
ซึ่ง ought to มีความหมายเช่นเดียวกับ should (แต่ should ไม่ต้องมี to นะ)
ought to กับ should ถือเป็น Auxiliaries Verb หรือกริยาช่วยนั่นเอง
ซึ่ง Auxiliaries Verb ทั้งหลายแหล่ จะต้องตามด้วย infinitive เสมอนะจ๊ะ
(infinitive ก็พวก verb ช่อง 1 นั่นแหละ ห้ามเติม s,es,ed ใดๆ ทั้งสิ้น
อ้อ แต่ถ้าเป็น is,am,are ต้องใช้ be แทนนะ เช่น should be happy ไรงี้) 
เพราะฉะนั้น เมื่ออ่านตัวเลือกแล้วก็ตัดข้อ c กับ d ทิ้งไปก่อนได้เลย ผิดแน่นอน
ก็เหลือข้อ a กับ b เลือกอะไรดีล่ะ
ความแตกต่างอยู่ที่ไหนเอ่ย?
ก็ตรง "เวลา" ของเหตุการณ์ที่กล่าวถึงไงล่ะ (ต้องทำเสียงแอ๊บแบ๊วด้วยนะ 55)
โจทย์ข้อนี้ ถ้าแปลก็จะได้ประมาณว่า...
คุณควรคิดถึงเรื่องนั้นก่อนที่จะไปนะ
ซึ่งภาษาไทยอาจจะไม่แตกต่าง เพราะภาษาเราไม่ได้ผันกริตาตามเวลา
แต่ภาษาอังกฤษต่างกันนะ
สังเกตที่คำว่า went...มันเป็น verb ช่อง 2 ของ go ใช่ป่าว
แสดงว่า...ไอ้ you เนี่ย มัน went away ไปแล้ว
ซึ่งคาดหมายได้ว่า ไอ้ you มันไม่ได้ thought ก่อนจะ went หรอก
ดังนั้นคนพูดก็เลยบอกว่า...เออ แกน่าจะคิดก่อนไปนะ...ไรงี้
"คิด" ก่อน "ไป" !! (2 เหตุการณ์)
เหตุการณ์ "คิด" เกิดก่อน แล้วค่อยเกิดเหตุการณ์ "ไป"
ดังนั้น "คิด" ต้องใช้ past perfect (had+v.3) นะจ๊ะ
ส่วน "ไป" ใช้ past simple ธรรมดา
ซึ่งถ้าไม่มี ought to ก็ต้องเป็น had thought
แต่พอมีกริยาช่วยเข้ามา คือ ought to ก็เลยต้องเป็น ought to have thought
(ought ใช้เหมือนกันหมดไม่ว่าจะช่องไหนน๊ะ)
ดังนั้น ประโยคเต็มๆ ก็คือ...
You ought to have thought before you went away. --> you ไปแล้ว
ส่วน You ought to think before you go away. --> you ยังไม่ได้ไป

จบแระ...โปรดติดตามตอนต่อไป...

ปล. ใครเข้ามาอ่านแล้วงง ก็...จงงงต่อไป 555

 
Photo 1 of 6